ข่าวสาร

ผ่าทางตัน‘ซัลเฟอร์’ตกค้างลำไยกรมวิชาการเปิดนวัตกรรมใหม่ลดสาร-ยืดอายุรักษา

วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.

 

           นายดำรง จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ลำไยสดเป็นสินค้าเกษตรที่ไทยมีศักยภาพการผลิตและส่งออกสูง ปีที่ผ่านมามีปริมาณการส่งออกรวม 413,399.58 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,503.24 ล้านบาท และตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 มีการส่งออกไปแล้วกว่า 153,200.50 ตัน มูลค่าประมาณ 3,760.55 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเนื่องจากลำไยมีอายุการเก็บรักษาเพียง 2-3 วัน สีผิวเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเน่าเสียง่าย ในการส่งออกจึง ต้องมีการรมลำไยสด ด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เพื่อให้สีผิวเปลือกสวยและช่วยยืดอายุการเก็บรักษา แต่ในการรมด้วยวิธีดังกล่าวทำให้หลายครั้งเกิดปัญหาสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตก ค้างเกินกว่ามาตรฐาน และเป็นประเด็นปัญหาในการส่งออก ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการละเลยไม่ปฏิบัติตาม ขั้นตอนวิธีการที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด

           จากปัญหาดังกล่าว กรมวิชาการเกษตร จึงดำเนินการวิจัยและและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ทดแทนการรมก๊าซ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยสด เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาลำไยสด โดยพบว่า วิธีการแช่ผลลำไยในกรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 6.4% นาน 5 นาที แล้วผึ่งให้แห้ง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถเก็บรักษาลำไยสดที่อุณหภูมิต่ำ 2-5 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 85-90% ได้นานถึง 35 วัน ที่สำคัญมีการตกค้างของสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่ำ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

นอกจากนั้น กรมวิชาการเกษตร ยังได้พัฒนาเครื่องต้นแบบแช่กรดไฮโดรคลอริกสำหรับลำไยสดขึ้น เพื่อใช้ทดแทนแรงงานคน โดยดัดแปลงจากเครื่องแช่ลิ้นจี่ ซึ่งผลงานวิจัยนี้ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการส่ง ออกลำไยสดได้

“จากการที่ กรมวิชาการเกษตร ทดสอบการยอมรับเทคโนโลยีการแช่ผลลำไยสดในกรดเกลือ พร้อมทดสอบส่งออกลำไยแช่กรดเกลือทั้งในและนอกฤดูกาลพบว่า ผู้ประกอบการโรงรม ยอมรับเทคโนโลยีนี้และยอมรับคุณภาพสินค้ากว่า 82% ขณะที่ผู้บริโภคให้การยอมรับคุณภาพถึง 80.15% และการทดสอบการส่งออกได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยกรมวิชาการเกษตรยังจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ต่อไป อย่างไรก็ตามในขณะที่การใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ยังมีความจำเป็นอยู่สำหรับการ ส่งออกไปจีน ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยไว้ เพราะหากเกิดปัญหาเพราะจีนปฏิเสธการนำเข้าจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง” นาย ดำรง กล่าว

 

ที่มา: แนวหน้า (http://www.naewna.com/local/120488)