ข่าวสาร

รอบรู้เศรษฐกิจ ตามติดตลาดโลก

        สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปวาดเป้า ปี 2558 โต 5% ชี้ธุรกิจอาหารยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ตลาดหลักยังไม่ฟื้นดี หวั่นปัจจัยเสี่ยงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทปัจจุบัน แข็งค่ากว่าทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทำให้ลดความสามารถในการแข่งขัน แถมความผันผวนของ 

        เงินยูโรอ่อนค่าหนัก ส่งผลให้ผู้นำเข้าชะลอคำสั่งซื้อ เผยภาพรวมปี 2557 ยอดการส่งออกทำให้ดีกว่าเป้าหมาย เหตุราคาวัตถุดิบทูน่าราคาลง ขณะที่ราคาส่งออกสับปะรดพุ่งสูงกว่า 30%

นางสาวกัญญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภาพรวมการ ส่งออกของสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ทั้งปี 2557 สามารถเติบโตได้สูงกว่า

เป้าหมาย 5% เล็กน้อย เทียบกับปี 2556 ใกล้เคียงกัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 180,000 ล้านบาท โดยการส่งออกปลาทูน่าราคา ปรับตัวดีขึ้น เพราะวัตถุดิบราคาลดลง ขณะที่การส่งออกสับปะรดราคา
ปรับขึ้นกว่า 30% เนื่องจากปัญหาการขาดแคลน วัตถุดิบ ส่วนผัก ผลไม้ และข้าวโพดหวานส่งออกได้ มากขึ้น ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ปี 2558 ตั้งเป้าเติบโตในกลุ่มอาหารใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาประมาณ 5%
 การส่งออกอาหารเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดหลักหลายประเทศยังไม่ฟื้นตัวดี โดยเฉพาะการเติบโตด้านปริมาณ แต่หากสังเกตในเชิงมูลค่ามีการปรับลดลง เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน
ที่ค่อนข้างผันผวน อย่างกรณีการประกาศยกเลิกเพดานการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน ฟรังก์สวิสเมื่อเทียบยูโร ส่งผลกระทบต่อตลาดยุโรป ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าเร็วขึ้นกว่าที่คาด ส่งผลให้ผู้นำเข้าชะลอคำสั่งซื้อ โดยเฉพาะการตกลงกำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้า ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกันค่าเงินจะอ่อนกว่าไทย สำหรับการส่งออกใน 6 กลุ่มธุรกิจหลักปี 2557 ตัวเลข 11 เดือน ระหว่างมกราคม-พฤศจิกายน 2557 ยอดส่งออก 1.69 แสนล้านบาท กลุ่มปลาทูน่า และอาหารทะเล มีสัดส่วนการส่งออกด้านมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 52% กลุ่มสับปะรด ผัก ผลไม้แปรรูป มีสัดส่วนการส่งออกด้านมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 29% อาหารพร้อมรับประทานมีสัดส่วนการส่งออกด้านมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 20% 

 

        ทั้งนี้ หากพิจารณารายสินค้าจะพบว่า ทูน่าเป็นสินค้าที่มีปริมาณและมูลค่าการส่งออก ค่อนข้างมาก ถึงแม้ตลาดหลักมีปัญหา แต่ตัวเลขการส่งออก 11 เดือน มีปริมาณการส่งออก 703,181 ตัน คิดเป็น มูลค่าประมาณ 87,428 ล้านบาท หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น 3% แต่ด้านมูลค่าติดลบประมาณ 5%  กลุ่มสับปะรด ผัก ผลไม้แปรรูป ตัวเลขการส่งออก 11 เดือนของปี 2557 มีปริมาณส่งออกได้ 1,280,526 ตัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 48,889 ล้านบาท เทียบกับ ปี 2556 มีสัดส่วนการส่งออก ด้านปริมาณเพิ่มขึ้น 4% มีสัดส่วนการส่งออกด้านมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 15%
 การส่งออกสับปะรดจะประสบปัญหาเรื่องวัตถุดิบขาดแคลน เนื่องจากปัจจัยจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ช่วงที่ผ่านมา อากาศแห้งแล้งมาก เมื่อมากระทบกับความหนาวเย็นจัดช่วงต้นปี สับปะรดต้นเล็กที่ขึ้นมาก็เหี่ยวตายไป ถ้าอากาศร้อนจะยังมีความชื้น แต่อากาศเย็นแล้ง ตอนนี้ความต้องการในตลาดมีสูงมาก หากเทียบกับช่วงปกติความต้องการของโรงงานสับปะรดกระป๋องเฉลี่ยประมาณ 8,000 ตันต่อวัน แต่ปัจจุบันมีปริมาณสับปะรดให้รับซื้อประมาณ 4,000-5,000 ตันต่อวันเท่านั้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการแย่งกันซื้อวัตถุดิบ ทำให้ราคาสับปะรดผลสดหน้าโรงงานแปรรูปผลไม้กระป๋องสูงถึง กก. ละ 9 บาทกว่า และกำลังจะขึ้นไปแตะ 10 บาทต่อ กก.แล้ว ตอนนี้ต้องรอดูผลผลิตที่จะออกมาช่วงเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน จะมีผลผลิตสับปะรดออกมาสู่ตลาดได้มากน้อยเพียงใด แต่คาดการณ์ว่า สถานการณ์สับปะรดขาดแคลนจะต่อเนื่องไปตลอด ปีนี้ ฉะนั้นการส่งออกสับปะรดในด้าน มูลค่าน่าจะได้มากขึ้น แม้ปริมาณจะลดลง สำหรับกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน รวมทั้งน้ำจิ้ม เครื่องแกง ตัวเลขการส่งออกช่วง 11 เดือน

ของปี 2557 มีปริมาณการ ส่งออก 455,102 ตัน คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 33,086 ล้านบาท เทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสัดส่วนเติบโตด้านปริมาณ 5% ส่วนด้านมูลค่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 8%  

        นางสาวกัญญภัค กล่าวต่อไปว่า ทางสมาคมผู้ผลิตอาหารส าเร็จรูปอยากเสนอให้ภาครัฐเร่งเปิดตลาดผ่านการเจรจาการค้าเสรี FTA ไทย-สหภาพยุโรป เพราะอียูถือเป็นตลาดสำคัญของอาหารสำเร็จรูป และปัจจุบันกลุ่มอาหารส าเร็จรูปได้ เสียสิทธิ์ภาษีทางศุลกากร (GSP) ไป ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 จากเดิมได้สิทธิ์ลดภาษีน าเข้า 3.5% โดยขอให้ ภาครัฐสานต่อการเจรจา เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการแข่งขัน กับผู้ส่งออกจากประเทศอื่น รวมถึงการผลักดันในการจัดทำโซนนิ่ง การเพาะปลูกสับปะรด ข้าวโพดผักอ่อน ข้าวโพดหวาน ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงความต้องการของตลาด และเพิ่มความสะดวกด้านการจัดส่งวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน รวมถึงการผลักดัน ในการทำเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อเป็นการวางแผนการผลิตร่วมกันระหว่างโรงงานและเกษตรกร

 

 

 

ที่มา : http://www.ditp.go.th/contents_attach/91179/91179.pdf

(หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 4699 วันที่ 22 - 25 มกราคม พ.ศ. 2558 หน้า 6​)