ข่าวสาร

บุรีรัมย์คว้าแชมป์ปลูกข้าว คว้าเงินรางวัล 1.5 ล้านบาท

บุรีรัมย์คว้าแชมป์ปลูกข้าว
คว้าเงินรางวัล 1.5 ล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558, 13.53 น.

 


ฝ่าฟันสู้ฝนทนแดดกันมาจนถึงโค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับเรียลลิตี้เกมแข่งขันปลูกข้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา กรมการข้าว ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ ฟาร์ม แชนเนล และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ประกาศผลการตัดสินผู้ชนะ โครงการ The Farmer “เกมเกษตรกร ปี 2” ณ กรมการข้าว โดยมี ชาญพิทยา ฉิมพาลี อธิบดีกรมการข้าว ให้เกียรติเป็นประธานขึ้นกล่าวเปิดงาน และ ดร.อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นกล่าวสรุปภาพรวมของโครงการฯ 


บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีกองเชียร์ของทั้ง 5 จังหวัด ร่วมลุ้นและเชียร์กันอย่างสุดพลัง เพื่อชิงถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินและรางวัลมูลค่ารวมกว่าหนึ่งล้านห้าแสนบาท และทีมที่คว้าแชมป์ เป็นศูนย์ข้าวชุมชนต้นแบบที่ดีที่สุด ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านกะนัง ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชน ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนนิคมการเกษตร ต.สิงหนาท อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และรางวัลชมเชย ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชน ต.ชะเมา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขานม ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี


การแข่งขันเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2557 และสิ้นสุดในวันที่ 26 ธันวาคม 2557 รวมระยะเวลาแข่งขันกว่า 7 เดือน บนพื้นที่ 1 พันไร่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในชุมชน พร้อมสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาเพื่อผลิตพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และคงความเป็นหนึ่งในเรื่องพันธุ์ข้าวของชาวนาไทย โดยสร้างการยอมรับในการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพและลดต้นทุนในการผลิต และเพื่อเป็นแนวทางการบริหารต้นทุนการผลิตให้ชาวนาทั่วประเทศ


ตลอดการแข่งขัน ชาวนาจะได้รับการอบรมดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้าวชุมชนของกรมการข้าว เพื่อให้พื้นที่ทั้ง 200 ไร่ของตน สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อนำไปใช้ในที่นาของตน อีกทั้งกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสู่ชุมชน และพื้นที่ข้างเคียงต่อไป ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรชาวไทยทั่วประเทศ และมีโอกาสได้เรียนรู้เทคโนโลยีการทำนารูปแบบใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)


หลักเกณฑ์การให้คะแนนขึ้นอยู่กับ การมีส่วนร่วมของสมาชิกและชุมชน, ความสามารถในการบริหารจัดการผลิต การกระจาย การถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าว, ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจ, การทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์, การประกวดแข่งขัน และคะแนนโหวตจากผู้ชม โดยมี อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.ปกรณ์ สุจเร รองประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท ฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด, ลัดดา วิริยางกูร กรรมการผู้เชี่ยวชาญ ด้านมาตรฐานการรับรองข้าวสำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว, วเรนยา สิงคนิภา กรรมการนักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าว และจุลมณี ไพฑูรย์เจริญลาภ กรรมการและเลขานุการผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมการผลิตข้าว สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว รับหน้าที่เป็นคณะกรรมการในการตัดสินครั้งนี้ 


ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินสด 150,000 บาท และอุปกรณ์การเกษตร มูลค่า 75,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับเงินสด 50,000 บาท และอุปกรณ์การเกษตร มูลค่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจากกรมการข้าว ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับโล่รางวัลจากกรมการข้าว เงินสด 25,000 บาท และอุปกรณ์การเกษตร มูลค่า 10,000 บาท 


คุณชาญพิทยา ฉิมพาลี อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า นับว่าโครงการ The Farmer เกมเกษตรกรปีที่ 2 เป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จ ในการมุ่งมั่นที่จะสร้างเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสู่เกษตรกรชาวนา ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวของไทย ยกระดับมาตรฐานคุณภาพข้าว และสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพชาวนา ซึ่งศูนย์ข้าวชุมชนนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาในด้านการผลิต โดยการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นการรวมกลุ่มของชาวนาในแต่ละพื้นที่ ที่มีความพร้อมเพรียง และความสามัคคี ในการร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อไปสู่เป้าหมายการสร้างเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสู่ชุมชน ซึ่งแต่ละศูนย์ข้าวชุมชนนั้นล้วนนำเอาภูมิปัญญา ศักยภาพความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตข้าว มาผนวกกับมาตรฐาน และเทคโนโลยีต่างๆ ในการผลิตข้าว มาปรับใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ของตนได้อย่างเหมาะสม


ด้านคุณสุรศักดิ์ ซิมตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาร์ม แชนแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ในฐานะผู้ผลิตรายการเพื่อนำเสนอภาพการแข่งขันทั้ง 5 ทีม นอกจากเราจะได้ถ่ายทอดเทคนิควิธีการทำนาของชาวนาแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ชาวนาทั่วประเทศได้เรียนรู้การทำนาที่ดีไปพร้อมๆ กันแล้ว เราก็ยังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชาวนาแต่ละพื้นที่การแข่งขัน จากเดิมที่เรามักจะเห็นรูปแบบการทำนาที่พึ่งพาสารเคมี และขาดการบริหารจัดการที่ดีจนมีต้นทุนการผลิตที่สูง แต่เมื่อชาวนาได้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกของศูนย์ข้าวชุมชนฯ ก็เริ่มตื่นตัวหันมาทำนาอย่างประณีต และนำเมล็ดข้าวของตนเข้าสู่ระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรจนเป็นที่ยอมรับมากขึ้น


อีกทั้งยังรู้จักนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยลดต้นทุนมาใช้ในนาของตน เกิดการรวมกลุ่มทำกิจกรรม เข้าร่วมอบรมรับฟังความรู้ทางด้านเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ทุกวันนี้เรามีชาวนาคุณภาพเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากจบโครงการนี้เราจะได้เห็นชาวนามืออาชีพเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดีกระจายจากพันไร่ สู่แสนไร่ และล้านไร่ต่อไป และวันนี้เราจะได้ทราบผลกันแล้วว่า การแข่งขันครั้งนี้ศูนย์ข้าวชุมชนทีมใด จะได้เป็นสุดยอดศูนย์ข้าวชุมชนต้นแบบของประเทศไทย


ในฐานะตัวแทนผู้ผลิตรายการ บริษัท ฟาร์มแชนแนล (ประเทศไทย) จำกัด ขอขอบคุณความร่วมมือที่ดีเสมอมา จากทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และกรมการข้าว ที่ได้ร่วมกันสนับสนุนสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ แบบนี้เพื่อเกษตรกรไทย และขอขอบคุณศูนย์ข้าวชุมชนทั้ง 5 ทีม ที่ได้ร่วมแรง ร่วมใจ ในการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ว่าทีมใดจะได้เป็นสุดยอดศูนย์ข้าวชุมชนต้นแบบวันนี้ สำหรับตนชาวนาสมาชิกจากศูนย์ข้าวชุมชนทั้ง 5 ทีม ทุกคนล้วนเป็นชาวนามืออาชีพแล้วทั้งสิ้น 


ติดตามสาระความรู้ และโครงการดีๆ ที่จะร่วมสร้างอนาคตเกษตรกรไทยให้ก้าวไกล ได้ที่รายการต่างๆ ของฟาร์ม แชนแนล ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องมิราเคิล แชนแนล ทาง www.farmchannelthailand.com และทางแฟนเพจ www.facebook.com/FarmChannel

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

         (http://www.banmuang.co.th/news/region/8439)