ข่าวสาร

ดอยแบแล จ.เชียงใหม่ ผลิตปุ๋ยบำรุงดิน - เกษตรนวัตกรรม

วันศุกร์ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 04:36 น.

 

ดอยแบแล จ.เชียงใหม่

ผลิตปุ๋ยบำรุงดินลดบุกรุกป่าเพื่อเพาะปลูก

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2545 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่ป่าไม้ ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ทรงพบว่าพื้นที่ป่าบริเวณดอยแบแล ถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นบริเวณกว้าง เป็นจำนวนนับพันไร่

และมีแนวโน้มว่า จะมีการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ แหล่งต้นน้ำบริเวณ ห้วยอมแฮด, ห้วยแบแล, ห้วยแม่ตื่น, ห้วยพะอัน, ห้วยกองซาง, ห้วยไคล้นุ่น จะประสบภาวะแห้งแล้งขาดแคลนน้ำ ซึ่งจะนำความเดือดร้อนมาสู่ราษฎรในพื้นที่อำเภออมก๋อย ในอนาคต

พระองค์ ทรงมีวินิจฉัยแล้วให้จัดตั้งสถานีทดลองเกษตรในพื้นที่สูงขึ้น โดยนำพื้นที่ที่ถูกบุกรุกแผ้วถางแล้วมาจัดทำเป็นแปลงปลูกพืชเมืองหนาวและให้ ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำการเกษตรอย่างถูกหลักวิชาการ ทั้งนี้ก็เพื่อหยุดยั้งมิให้ราษฎรบุกรุกแผ้วถางป่าเพิ่มขึ้นอีกต่อไป


หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการ โดยการจัดทำแปลงสาธิตทางการเกษตรในการเพาะปลูกพืชแบบไม่ทำลายพื้นที่เพื่อ ให้ราษฎรมีอาชีพและมีกินอย่างพอเพียงควบคู่กับการฟื้นคืนผืนป่าให้หวนกลับมา สมบูรณ์ดังเดิม และหนึ่งในการสร้างแนวคิดเพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าของราษฎรก็คือ การส่งเสริมความรู้ในการพัฒนาดินเพื่อการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนขึ้น โดยการจัดทำแปลงสาธิตและถ่ายทอดความรู้สู่ราษฎร ด้วยการผลิตดินที่สมบูรณ์และปุ๋ยเพื่อการบำรุงต้นพืชที่ไม่มีผลลบต่อสภาพแวด ล้อม

มีการถ่ายทอดให้ผลิตปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากการนำซากหรือเศษเหลือจากพืชมาหมัก รวมกัน และผ่านกระบวนการย่อยสลายโดยกิจกรรมจุลินทรีย์ จนเปลี่ยนสภาพไปจากเดิมเป็นวัสดุที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม เปื่อยยุ่ย ไม่แข็งกระด้าง และมีสีน้ำตาลปนดำ และขาดออกจากกันได้ง่าย ไม่มีกลิ่นเหม็น พืชสามารถเจริญบนกองปุ๋ยหมักได้โดยไม่เป็นอันตราย ซึ่งจะมีค่าอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนเท่ากับหรือต่ำกว่า 20 : 1

 

การส่งเสริมการใช้ในพื้นที่โดยเฉพาะการปลูกข้าวซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาขั้นบันไดจะ ใช้ปุ๋ยหมักประมาณ 2 ตันต่อพื้นที่ 1 ไร่ โดยหว่านทั่วพื้นที่แล้วไถกลบก่อนปลูกพืช ส่วนพืชไร่จะใช้ 2 ตันต่อไร่ โดยโรยเป็นแถวตามแนวปลูกพืช แล้วคลุกเคล้ากับดินปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดิน ทำให้ดินร่วนซุย การระบายอากาศและการอุ้มน้ำของดินดีขึ้น รากพืชแพร่กระจายได้ดีเป็นแหล่งธาตุอาหารพืชทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุดูดยึดและเป็นแหล่งเก็บธาตุอาหารในดินไม่ให้ถูกชะล้างสูญเสียไป ได้ง่าย และปลดปล่อยออกมาให้พืชใช้ประโยชน์ทีละน้อยตลอดฤดูปลูก ที่สำคัญในการส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ใช้ปุ๋ยหมักซึ่งผลิตกันขึ้นมาเองนี้ เมื่อใช้ต่อเนื่องก็จะทำให้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มความต้านทานต่อการเปลี่ยน แปลงความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ตลอดถึงเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ดิน ทำให้ปริมาณและกิจกรรมจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินเพิ่มมากขึ้น อันหมายถึงประโยชน์ทั้งต่อดินและพืชที่นำมาปลูก อันเป็นผลให้ราษฎรไม่ต้องย้ายพื้นที่เพาะปลูกไปยังพื้นที่ใหม่ ซึ่งทำให้เกิดการทำลายพื้นที่ป่าไม้ดังที่ผ่านมา

 

นับเป็นอีก พื้นที่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกแบบไม่ บุกรุกและทำลายป่าไม้ที่พื้นที่บนดอยอื่น ๆ ทางภาคเหนือควรเอาเป็นแบบอย่าง.

 

ที่มา: เดลินิวส์ (http://www.dailynews.co.th)