ข่าวสาร

หารือทางออกกระเทียมราคาตกต่ำ

วันจันทร์ 19 พฤษภาคม 2557 เวลา 21:27 น.

 

เมื่อวัน ที่ 19 พ.ค. นายสมยศ ใจบุญ ผู้ประสานงานกลุ่มผู้ปลูกกระเทียม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้นำกลุ่มเกษตรกรประมาณ 15 คน เดินทางเข้าพบนายไพโรจน์ กุละวาณิชย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ช่วยเหลือในเรื่องของราคากระเทียมที่ตกต่ำ จากนั้นได้เข้าประชุมร่วมกันที่ห้องประชุมของพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการค้าภายในจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานการค้าต่างประเทศเขต 1 เชียงใหม่ และเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาในการประชุมร่วมกันประมาณ 1 ชั่วโมง

 

นายสมยศ เปิดเผยว่า ในการเดินทางมาในครั้งนี้ ไม่ได้ที่จะมาในรูปแบบของม็อบ แต่มาเพื่อขอคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากทางจังหวัดเชียงใหม่ ในการชะลอให้มีการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศ ตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงเดือนสิงหาคม 57 เพื่อให้กระเทียมในพื้นที่ ซึ่งเป็นกระเทียมแห้ง มีจำนวนมากประมาณ 3,000 ตัน นั้นได้จำหน่ายในราคาที่เกษตรกรในพื้นที่ต้องการก่อนที่จะมีการนำเข้ามา เพราะปัจจุบันจากราคากระเทียมในปีที่ผ่านมา มีราคาสูงถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันนั้นราคากระเทียมตกต่ำลงถึง 32 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาต้นทุนนั้นอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างมาก แต่หากมีการชะลอการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศเข้ามา เชื่อว่ากระเทียมในพื้นที่จะขายได้ราคาสูง หากได้ราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม ให้เกษตรกรได้กำไรบ้าง ก็จะถือว่าเป็นไปตามกลไกของตลาดแล้ว เพราะทราบว่ากระเทียมที่เข้ามาในครั้งนี้เป็นกระเทียมที่เข้ามาจากฝั่งเขมร ที่เข้ามาตามเส้นทาง จ.เชียงราย แต่หากของจีนเข้ามาสมทบอีกจะทำให้เกษตรกรลำบากและราคาจะตกต่ำลงกว่ากว่านี้ ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ก็เพื่อให้ปราบปรามกระเทียมที่เข้ามาอย่างผิด กฎหมาย และชะลอการนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น

 

นายไพโรจน์ กล่าวว่า จากการประชุมร่วมนั้น ได้มีความคิดเห็นร่วมกัน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกทางพาณิชย์ จังหวัดเชียงใหม่ จะทำหนังสือถึง นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะนำเรียนให้ท่านผู้ว่าฯ เสนอต่อท่านอธิบดีกรมศุลกากร ในการสกัดกั้น และป้องกันการลักลอบการนำเข้ากระเทียมจากด่านศุลกากรต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไม่ให้มีกระเทียมเข้ามาในพื้นที่ และให้ทางสำนักงานการค้าต่างประเทศเขต 1 เชียงใหม่ และการค้าภายในจังหวัดเชียงใหม่ ช่วยดูเรื่องของการตลาด และการชะลอการนำเข้ามาในพื้นที่ เพื่อทำให้สินค้าในพื้นที่ได้มีการจำหน่ายหมดก่อน เพราะเชื่อว่ากระเทียมที่มีในพื้นที่ขณะนี้ยังไม่มากพอที่จะบริโภคในประเทศ แน่นอน แต่ทำไมราคาถึงตกต่ำ ดังนั้นจึงต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน

 

ส่วน แนวทางที่ 2 ในการช่วยเหลือก็จะได้ประสานไปยังโรงงานที่ทำน้ำพริก ซึ่งเป็นโรงงานใหญ่ ในจังหวัดอื่นๆ เพื่อขอให้รับซื้อกระเทียมจากกลุ่มเกษตรกร เพราะทราบว่าขณะนี้โรงงานใหญ่บางแห่งรับซื้อมาจากในพื้นที่จังหวัดลำพูน หากมีการประสานและซื้อจากเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่บ้าง ก็จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้ ซึ่งเบื้องต้นจากการประสานทางโรงงานผลิตน้ำพริกชื่อดังหลายแห่ง ก็บอกว่าให้นำตัวแทนของกลุ่มเกษตรกรเดินทางไปพบ และนำผลผลิตไปเสนอด้วย หากตรงตามต้องการรับซื้อแน่นอน ซึ่งก็จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้โดยตรง และทางเกษตรกรสามารถส่งตรงให้กับโรงงาน โดยไม่ผ่านคนกลาง และสามารถจะจำหน่ายและแก้ปัญหาตกต่ำได้ในปีถัดไปด้วย.

 

ที่มา: เดลินิวส์ (http://www.dailynews.co.th/Content/regional)